บทความ

กำลังแสดงโพสต์จาก 2014

Movie Review : Finding Vivian Maier (2013)

รูปภาพ
Finding Vivian Maier : คลี่ปริศนาภาพถ่ายวิเวียน ไมเออร์ ภาพยนตร์เชิงสารคดีว่าด้วยเรื่องราวเกี่ยวกับ วิเวียน ไมเออร์   “ ช่างภาพสตรีทผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดที่ได้รับการค้นพบในศตวรรษที่ 21″ ที่ถูกชายหนุ่มชื่อ จอห์น มาลูฟ ไปค้นพบในปี 2007 จากการที่เขาประมูลกล่องฟิล์มเนกาทีฟมาได้หนึ่งกล่อง เพื่อเอามาใช้ประกอบหนังสือประวัติศาสตร์ที่เขากำลังเขียนอยู่ แต่ปรากฏว่าไม่เจอภาพที่ต้องการ กลับเจอแต่รูปภาพจำนวนมหาศาลจากช่วงยุคทศวรรษ 50 ที่ผู้หญิงคนหนึ่งถ่ายทิ้งเอาไว้ ซึ่งผู้หญิงคนนั้นเธอชื่อ “วิเวียน ไมเออร์“ และให้หลังจากนั้นหนังก็สับเกียร์พาคนดูเดินหน้าไปพร้อมๆ กับจอห์น มาลูฟ ว่า วิเวียน ไมเออร์ เธอคือใคร ผ่านผู้ให้สัมภาษณ์ที่รู้จักเธอ เอามาร้อยเรียงปะติดปะต่อเป็นภาพรวมตลอดเวลาที่เธอยังมีชีวิต ความน่าสนใจของหนังอยู่ที่การตามจอน มาลูฟ ไปสืบหาทำความรู้จักหลายๆ เรื่องเกี่ยวกับ วิเวียน ไมเออร์ ซึ่งพอยิ่งสอบถาม ตามหาข้อมูลต่างๆ ไปเรื่อยๆ ก็ยิ่งทำให้เห็นว่าชีวิตของ วิเวียน ไมเออร์ เป็นอะไรที่น่าสนใจ พอๆ กับเรื่องภาพถ่ายของเธอที่เก็บเอาไว้ใส่กล่องเป็นอย่างดี พร้อมล็อคกุญแจแน่นหนาเป็นแสนๆ ม้วน เรา

Movie Review : The Purge: Anarchy (2014)

รูปภาพ
ด้วยความสดใหม่ของบทหนัง ตั้งแต่ภาคแรก และอัตราความสนุกอยู่ในระดับหลายกะโหลก ทำให้ The Purge ในภาคต่อเป็นอะไรที่น่าสนใจว่าหนังจะพาคนดูไปในทิศทางไหน กับประเด็นของบทหนังที่ได้สร้างชื่อไว้ จากภาคที่แล้วเรื่องประเด็นสังคมและการเมือง ที่หนังยังทิ้งรอยโหว่ (ที่ไม่สมประกอบและแนบเนียน) เอาไว้ให้คนดูตั้งคำถามขบคิด มาต่อกันในภาคนี้ หนังไม่ได้สานต่อหรือเน้นย้ำในประเด็นนั้น แต่หนังกลับเลือกไปเล่าเรื่อง “ประเพณีวันล้างบาป” ในสเกลที่ใหญ่ขึ้น คือจากเรื่องของคนในบ้าน เปลี่ยนมาเป็นเรื่องของคนนอกบ้าน ที่ต้องเอาตัวรอดจากคืนล้างบาปนรกแตกนั้น แน่นอน เมื่อหนังมุ่งความสนใจไปยังความบันเทิงเป็นหลัก แล้วทิ้งเรื่องบทที่สดใหม่ตั้งแต่เริ่มไว้กับภาคแรกไว้แบบเดิม The Purge: Anarchy เลยกลายเป็นงานภาคต่อที่มีทั้งได้และเสียหลายอย่างปะปนกันแบบตลบอบอวลระหว่างกำลังนั่งดู ที่ได้คือความบันเทิงแบบลุ้นระทึกที่ใหญ่ขึ้นของคืนวันล้างบาป ทั้งจากผู้ล่า และผู้ถูกล่า การขยายเรื่องจากภาคแรกที่ทำให้เห็นว่าการล้างบาปออกมาฆ่าคน ไม่ใช่เรื่องของการแก้แค้น หรือนึกสนุกของคนบางกลุ่ม แต่มันขยายวงกว้างมากกว่านั้น โดยมี

Movie Review : Non–Stop (2014)

รูปภาพ
“กูไม่รู้หรอกว่ามึงเป็นใคร แต่กูจะหามึงให้เจอ แล้วฆ่ามึงซะ” ฮ่าๆๆ นั่นมันคนละเรื่องแล้วเว้ย... เลียม นีสัน กลับมาอีกครั้งกับบทนำหลังๆ ที่เราเริ่มจะคุ้นเคยดี ในรูปแบบของคาแรกเตอร์ที่ติดตัวมาจาก Taken จนเรื่อยมาทั้งถึงเรื่อง Un known   และ The Grey ซึ่งแม้ว่าสองเรื่องหลังบทนำจะไม่เป๊ะเท่า Taken แต่ก็พอจะมีเค้าโครงติดตาคนดูอยู่ให้คิดถึง Non–Stop ผลงานล่าสุดที่บทดูจะใกล้เคียงกับ Taken หน่อย แต่ถ้าจะหวังให้หนังสู้ระห่ำเหมือนๆ กัน แฟนพันธุ์นั้นคงผิดหวังนิดๆ เมื่อ Non–Stop เป็นงานออกมาในแนวสืบสวนซะเป็นส่วนใหญ่ตั้งแต่ต้นจนจบ หนังเดินเรื่องเมื่อ บิลล์ มาร์ค รับบทโดย เลียม นีสัน เจ้าหน้าที่ทางอากาศ ต้องนั่งเครื่องจากนิวยอร์กไปลอนดอน โดยระหว่างนั้นบนเครื่อง เขาได้รับข้อความข่มขู่ ให้ทางสายการบินโอนเงินจำนวน 150 ล้านดอลลาร์ เข้าบัญชีของคนร้าย เพราะถ้าไม่อย่างนั้น พวกมันจะฆ่าผู้โดยสารบนเครื่องทุกๆ 20 นาที งานนี้เลยต้องเป็นหน้าที่ของ “บิลล์” ที่ต้องจัดการหาตัวว่าใครกันแน่ที่อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์นี้ พร้อมกับปกป้องทุกคนบนเครื่องให้ปลอดภัย แต่เรื่องมันไม่ง่ายขนาดนั้น เมื

Movie Review : The Wolf of Wall Street (2013)

รูปภาพ
เงินไม่ใช่สิ่งที่ชั่วร้าย แต่เป็นสิ่งที่ต้องจัดการ เพราะถ้าจัดการเงินไม่ดี เงินนั่นแหละที่จะจัดการเรา ทั้งตอนจนหรือแม้กระทั่งตอนที่เรารวย ว่ากันถึงความหื่นกระหายในการลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงชีวิต จากคนไม่มีอะไรเลยจนร่ำรวยมหาศาลของ จอร์แดน เบลฟอร์ท (ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ) "หมาป่าแห่งวอลล์สตรีท" ในฐานะโบรกเกอร์หนุ่มหน้าใหม่ไฟแรงในวงการ นี่ถือเป็นเรื่องที่น่าเอาเยี่ยงอย่างสำหรับคนที่อยากประสบความสำเร็จทางการเงิน มีประโยคหนึ่งจาก จอร์แดน เบลฟอร์ท ที่แทงใจดำใครหลายๆ คน ทำนองว่า " นายจะรู้สึกยังไง ตอนรถนายติดไฟแดง แล้วนายหันไปเจอรถคันข้างๆ ที่ขับเมอร์เซเดส-เบนซ์ มีสาวทรงสะบึ้ม นั่งอยู่ด้านหน้ารถ ส่วนนายต้องขับรถคันเก่าๆ โทรมๆ มีเมียตัวเองที่เป็นอีแก่ช้างน้ำนั่งอยู่ข้างๆ พร้อมถุงอาหารลดราคาจากห้างสรรพสินค้า" ส่วนอีกหนึ่งประโยค ที่ปลุกกำลังใจลูกน้องได้ดีในบริษัท (โบรกเกอร์หน้าใหม่ที่เอามาปั้น) " ที่นี่เป็นที่สำหรับคนที่เชื่อมั่น คนที่อยากประสบความสำเร็จ แต่ถ้าพวกนายคิดว่าพวกนายทำไม่ได้ ก็กลับไปทำงานที่ร้านแมคโดนัลด์ซะ!" ที่เหลือจากเรื่อ

Movie Review : Carrie (1976)

รูปภาพ
ขอออกตัวก่อนว่ามีโอกาสได้ดู Carrie 2013 ก่อนเวอร์ชั่นเก่าปี 1976 ตามประสาของมนุษย์ แน่นอนผมอดที่จะเปรียบเทียบทั้งสองเวอร์ชั่นดังกล่าวไม่ได้ ในส่วนของรายละเอียดปลีกย่อยต่างๆ ในตัวหนัง Carrie 2013 พูดถึงเรื่องตัวบท หลักๆ ก็ยังคงเค้าโครงแบบเดิมเอาไว้ จะมีบางฉากบางส่วนที่ดัดแปลงไปตามยุคสมัย เช่น ฉากศึกษาค้นหาวิธีใช้พลังจิตของแคร์รี่ ฉากกลั่นแกล้งแคร์รี่ตอนต้นเรื่อง เป็นต้น ทั้งหมดที่รื้อเอามาทำใหม่ ล้วนเป็นไปในทางของความทันสมัยและสดใหม่ตามยุคดิจิตอล กลับมาที่ Carrie 1976 ก่อนชมทำใจล่วงหน้าไว้แล้วว่าความสนุกคงลดหายไปกว่าครึ่ง เหตุเพราะรู้อยู่แล้วว่าเนื้อหาจะออกเป็นยังไง และด้วยความที่รู้กันมาก่อน เลยทำให้สมาธิการดูหนังโฟกัสไปรายละเอียดยิบย่อยอื่นๆ โดยเฉพาะ ว่ากันถึงข้อดีที่ Carrie 1976 ทำได้เยี่ยมเป็นเรื่องของดนตรีประกอบ โดยเฉพาะทุกฉากในบ้านของแคร์รี่ มันตรึงอารมณ์คนดูได้อยู่หมัด ไปกับความหดหู่ วังเวง สิ้นหวัง น่ากลัว การตัดต่อหลายๆ ฉากสำคัญทำได้เยี่ยม จังหวะจะโคนพอเหมาะพอดี โดยเฉพาะตอนจบที่เล่นเอาผวา ส่วนข้อเสีย หนังเดินเรื่องตอนต้นเนือยๆ ไปหน่อย ความลึกขอ

ขนมเด็กโบราณในความทรงจำ

รูปภาพ
พูดถึงวัยเด็กทีไหร่ ตัวเองมีเรื่องให้เล่าฟังไม่รู้จบ จนบางทีก็นึกไปว่า ไอ้เรามันก็แก่แล้ว เขาบอกว่าคนที่ชอบเล่าแต่ความหลังมักจะเป็น “คนแก่” แหม คำก็แก่สองคำก็ไอ้แก่ ว่าแล้วก็ให้นึกสงสารตัวเองล่วงหน้า แม้ว่าอายุอานามยังไปไม่ถึง (พฤติกรรมเล่าความหลังผมไปแล้ว)  แต่คาดว่าชะตากรรมคงหนีไม่พ้น ต่อให้ตอนนี้ชื่อเล่นตัวเองจะยัง “หนุ่ม” ก็ตามที “เด็ก” ในชีวิตพวกเขามีไม่กี่อย่างหรอกครับที่ผูกพันและเป็นของคู่กัน ยกตัวอย่างก็เช่น ของเล่น การ์ตูน สถานที่เที่ยว และอีกอย่างที่หนีไม่พ้น ก็คงจะเป็น “ขนม” ว่าด้วยเรื่องขนม ผมมีความทรงจำหลายอย่างมาก สมัยก่อนแค่มีเงินติดตัว 3 บาท นับว่าหรูสุดๆ แล้วกับการใช้ซื้อขนมในชีวิตประจำวัน ลูกอม 3 เม็ด บาท ขนมซองละ 1 บาท หลากหลายยี่ห้อ วันไหนรวยหน่อยมี 5 บาท ก็จะเลือกเอาซองที่มันแถมของเล่น แถมการ์ตูนเยอะๆ นี่ยังไม่นับรวมกับอีพวกขนมโบร๊าณโบราณอย่างอื่นอีกด้วยนะ เนื่องในขางะ เอ้ย ฐานะวันเด็กแห่งชาติที่ผ่านมาหมาดๆ ว่าแล้วก็เลยอยากจะจัดอันดับขนมในความทรงจำตัวเองให้เด็กสมัยนี้ได้เห็นกัน หรือคนในวัยเดียวกันได้รำลึก ว่าในยุคเก่าก่อนนั้น ขนมอ